You are currently viewing 7 ประโยชน์ของกัญชาทางการแพทย์

7 ประโยชน์ของกัญชาทางการแพทย์

กัญชาทางการแพทย์มีประโยชน์หลายประการ เช่น บรรเทาอาการปวดเรื้อรัง ช่วยรักษาอาการของระบบประสาท ส่งเสริมสุขภาพจิต ลดอาการคลื่นไส้และอาเจียน กระตุ้นความอยากอาหาร มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ช่วยลดความดันในลูกตา และสนับสนุนการเลิกยาจริงๆ การใช้กัญชาต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุด

1. บรรเทาอาการปวดเรื้อรัง

ในวงการแพทย์ กัญชาถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่ได้รับการยอมรับในการใช้บรรเทาอาการปวดเรื้อรัง สาร cannabinoids ในกัญชามีความสามารถในการลดการอักเสบและตัดสัญญาณประสาทที่เป็นสาเหตุในการเกิดอาการปวด การใช้กัญชาทางการแพทย์เพื่อลดอาการปวดเรื้อรังได้รับการสนับสนุนจากการวิจัยทางวิทยาศาสตร์มากมาย

จากการศึกษาพบว่า cannabinoids อย่าง THC และ CBD ในกัญชาสามารถลดการเกิดอาการปวดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมื่อมีการใช้งานในสูตรผสมหรือในสัดส่วนที่ถูกต้อง วิธีการเหล่านี้ช่วยลดการต้องพึ่งยาแก้ปวดแบบ opioid ที่มักจะมีผลข้างเคียงและความเสี่ยงในการเกิดพร่องภายหลังการใช้งานระยะยาว

ผู้ป่วยที่ใช้กัญชาทางการแพทย์เพื่อบรรเทาอาการปวดเรื้อรังส่วนใหญ่เริ่มเห็นผลในการลดความเจ็บปวดภายในระยะเวลาไม่กี่สัปดาห์ บางกรณีอาจใช้เวลากลุ่มระหว่างสองถึงสามเดือน ข้อดีที่สำคัญอยู่ที่การใช้สารชนิดนี้ทำให้ผู้ป่วยสามารถกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ลดความเจ็บปวดและสามารถทำกิจกรรมที่ต้องการได้มากขึ้น

ทั้งนี้การใช้กัญชาทางการแพทย์ในการบรรเทาอาการปวดเรื้อรังควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้มั่นใจว่าการใช้สารเหล่านี้จะมีประสิทธิภาพสูงสุดและปลอดภัยสำหรับผู้ป่วย

ช่วยรักษาอาการของระบบประสาท

หนึ่งในประโยชน์ที่ได้รับการยอมรับของกัญชาทางการแพทย์คือความสามารถในการช่วยรักษาโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาท สารสำคัญในกัญชาอย่าง THC และ CBD ได้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการของโรคลมชัก โรคพาร์กินสัน และโรค Multiple Sclerosis (MS) ผ่านการลดความเกร็งของกล้ามเนื้อและลดการเกิดโลหิตจางในสมองแบบสำคัญ

สำหรับโรคลมชัก กัญชาได้รับการนำมาใช้ในการลดความถี่และความรุนแรงของการเกิดชัก โดยเฉพาะในผู้ป่วยเด็กที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาทั่วไป งานวิจัยหลายชิ้นรายงานถึงความสำเร็จของการใช้ CBD ในการลดจำนวนครั้งของการชักได้อย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ กัญชาทางการแพทย์ยังมีบทบาทในการช่วยบรรเทาอาการของโรคพาร์กินสัน ผ่านการลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ ทำให้ผู้ป่วยเคลื่อนไหวได้มากขึ้น โดยสาร THC และ CBD ช่วยทำให้การสื่อสารระหว่างเซลล์ประสาทในสมองดีขึ้น ส่งผลให้มีการทำงานของสมองที่เสถียรและสมดุลยิ่งขึ้น

สำหรับโรค MS กัญชาเป็นแบบวิธีการรักษาที่มีผลดีต่อผู้ป่วย โดยช่วยลดการเกร็งของกล้ามเนื้อและลดระดับความเจ็บปวด นอกจากนี้ ยังช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตโดยทั่วไปของผู้ป่วยโรค MS การศึกษาแสดงให้เห็นว่า THC และ CBD สามารถช่วยประสานการทำงานของระบบประสาท ลดการอักเสบ และลดความเจ็บปวดอย่างเห็นผล

ส่งเสริมสุขภาพจิต

การใช้กัญชาทางการแพทย์ในปริมาณที่เหมาะสมมีความสามารถในการส่งเสริมสุขภาพจิตโดยการลดอาการเครียดและความวิตกกังวล ซึ่งเป็นปัญหาที่พบบ่อยในหลายบุคคล โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิต เช่น โรคซึมเศร้าและโรค PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder) กัญชามีสารเคมีที่เรียกว่าแคนนาบินอยด์ (Cannabinoids) ซึ่งมีผลต่อระบบประสาทและระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย

การวิจัยทางการแพทย์แสดงให้เห็นว่ากัญชาสามารถเพิ่มระดับเซโรโทนินในสมอง ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการควบคุมอารมณ์และความรู้สึก การเพิ่มระดับเซโรโทนินนี้สามารถทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกผ่อนคลายและมีความสุขมากขึ้น จากการศึกษาในผู้ป่วยที่มีอาการซึมเศร้าพบว่าการใช้กัญชาในระยะสั้นสามารถลดความรุนแรงของอาการได้ ขณะที่การใช้ในระยะยาวยังคงต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อประเมินความปลอดภัยและประสิทธิภาพ

อีกทั้ง กัญชายังแสดงถึงประสิทธิผลในการช่วยบรรเทาอาการของโรค PTSD ผู้ป่วยจำนวนมากที่มีอาการทางจิตเภทนี้พบว่าการใช้กัญชาช่วยลดการเกิดฝันร้ายและช่วยให้มีการนอนหลับที่ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีผลที่ดีในการลดความวิตกกังวลที่เกิดขึ้นในช่วงเวลากลางวัน

การใช้กัญชาในการรักษาสุขภาพจิตควรใช้ด้วยความระมัดระวังและอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากการใช้มากเกินไปอาจมีผลข้างเคียงหรือทำให้เกิดภาวะเสพติดได้ การให้ข้อมูลที่ถูกต้องและการประเมินจากแพทย์เป็นสิ่งสำคัญในการใช้กัญชาให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพจิตอย่างแท้จริง

4. ช่วยลดอาการคลื่นไส้และอาเจียน

อาการคลื่นไส้และอาเจียนเป็นอาการที่พบบ่อยในผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับการรักษาด้วยเคมีบำบัด ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม, การศึกษาและการวิจัยพบว่า กัญชามีศักยภาพที่สามารถช่วยลดอาการเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สาร tetrahydrocannabinol (THC) ที่มีในกัญชามีคุณสมบัติที่ช่วยลดความรู้สึกคลื่นไส้และป้องกันการอาเจียน

กลไกที่ THC ใช้ในการลดอาการคลื่นไส้และอาเจียนเกี่ยวข้องกับการที่มันทำปฏิกิริยากับระบบเอนโดแคนนาบินอยด์ในร่างกาย ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการควบคุมกระบวนการต่าง ๆ รวมถึงควบคุมความรู้สึกคลื่นไส้ งานวิจัยบางชิ้นยังชี้ให้เห็นว่า THC สามารถช่วยให้ผู้ป่วยมีความรู้สึกสบายมากขึ้นและสามารถรับประทานอาหารได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นความช่วยเหลืออย่างมากในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและพลังงานให้กับผู้ป่วย

อย่างไรก็ตาม, การใช้กัญชาทางการแพทย์โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่เกี่ยวกับการลดอาการคลื่นไส้และอาเจียนโดยเฉพาะควรได้รับการดูแล และคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา ยิ่งไปกว่านั้น, ในบางประเทศและบางพื้นที่ การใช้กัญชายังมีความซับซ้อนทางด้านกฎหมาย ดังนั้นก่อนที่จะพิจารณาการใช้กัญชาเป็นส่วนหนึ่งของแผนการรักษา ควรได้รับข้อมูลและปรึกษาจากบุคคลที่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวอย่างสมบูรณ์

5. กระตุ้นความอยากอาหารในผู้ป่วยโรคต่าง ๆ

หนึ่งในประโยชน์ที่สำคัญของกัญชาทางการแพทย์คือการกระตุ้นความอยากอาหาร ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยที่ประสบปัญหาจากโรครุนแรง เช่น โรคเอดส์หรือมะเร็ง ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักจะพบกับภาวะเบื่ออาหาร ทำให้ไม่สามารถรับประทานอาหารได้เพียงพอและมีน้ำหนักลดลง เมื่อใช้กัญชาทางการแพทย์ในปริมาณที่เหมาะสม สามารถช่วยกระตุ้นความอยากอาหาร ทำให้ผู้ป่วยสามารถรับประทานอาหารได้มากขึ้น พร้อมทั้งช่วยสร้างความรู้สึกดีเมื่อรับประทานอาหารอีกด้วย

กระบวนการนี้เกี่ยวข้องกับสารเคมีในกัญชา เช่น เททระไฮโดรแคนนาบิโนล (THC) ซึ่งส่งผลต่อศูนย์กลางในสมองที่ควบคุมความอยากอาหาร การกระตุ้นนี้ทำให้ระบบการย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น และเพิ่มความเต็มใจในการรับประทานอาหาร จากการศึกษาพบว่า ผู้ป่วยที่ใช้กัญชามีแนวโน้มในการรักษาน้ำหนักหรือเพิ่มน้ำหนักได้ดีกว่าผู้ที่ไม่ได้ใช้

สำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็ง กัญชาทางการแพทย์ยังช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้และอาเจียนที่เกิดจากการรักษาทางเคมีบำบัด ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถรับประทานอาหารได้เพียงพอ นอกจากจะช่วยเพิ่มน้ำหนัก ยังส่งผลดีต่อสุขภาพจิตและคุณภาพชีวิตโดยรวมของผู้ป่วยอีกด้วย

นอกจากนี้ ผู้ป่วยโรคเอดส์ยังได้รับประโยชน์จากการใช้กัญชาทางการแพทย์ในการกระตุ้นความอยากอาหาร เนื่องจากการเจ็บป่วยและการรักษาต่าง ๆ ที่อาจทำให้ผู้ป่วยสูญเสียความสุขในการรับประทานอาหาร การรักษาด้วยกัญชาสามารถนำมาซึ่งการฟื้นฟูทั้งทางกายและใจสำหรับผู้ป่วยกลุ่มนี้

6. มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ

กัญชาได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางเนื่องจากมีสารต้านการอักเสบที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาร cannabidiol (CBD) ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญที่สามารถมีส่วนช่วยในการลดการอักเสบในร่างกาย การศึกษาได้แสดงให้เห็นว่า CBD มีฤทธิ์ในการลดอาการอักเสบในหลายโรค โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน

การลดการอักเสบมีความสำคัญในการจัดการโรคข้อรูมาตอยด์ ที่เป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเองที่ทำให้เกิดการอักเสบและความเจ็บปวดในข้อ การใช้กัญชาที่มีสาร CBD สามารถลดความรุนแรงของโรคได้โดยการลดการผลิตสานเคมีที่ทำให้เกิดการอักเสบ เช่น interleukins และ tumor necrosis factor alpha (TNF-alpha)

นอกจากนี้ การใช้กัญชายังมีประโยชน์ในการจัดการโรคลำไส้อักเสบ (Inflammatory Bowel Disease – IBD) เช่น โรค Crohn และโรค colitis ซึ่งเป็นโรคที่ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังในระบบทางเดินอาหาร CBD สามารถลดการอักเสบในระบบทางเดินอาหารโดยการกระตุ้นตัวรับในระบบภูมิคุ้มกันและลดการเกิด oxidation ที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบ

กล่าวโดยสรุป, การใช้กัญชาในทางการแพทย์เพื่อประโยชน์ในการต้านการอักเสบนั้นสามารถช่วยลดความรุนแรงและปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยที่ต้องเผชิญกับอาการอักเสบเรื้อรัง ทั้งนี้ ควรมีการให้คำปรึกษาทางการแพทย์อย่างใกล้ชิดเพื่อให้การใช้กัญชาเป็นไปอย่างป、安全และมีประสิทธิภาพสูงสุด

7. ช่วยลดความดันในลูกตา

การลดความดันในลูกตาเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการรักษาโรคต้อหิน ซึ่งกัญชามีบทบาทสำคัญในการช่วยลดความดันภายในลูกตา งานวิจัยต่าง ๆ ได้แสดงให้เห็นว่ากัญชามีคุณสมบัติในการลดความดันในตาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถช่วยในการป้องกันการเสื่อมของเส้นประสาทตาที่เกิดขึ้นจากโรคต้อหินได้

โรคต้อหินเป็นปัญหาทางสายตาที่ส่งผลกระทบต่อร้อยล้านคนทั่วโลก ซึ่งถ้ามิได้รับการรักษาจะนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็น การลดความดันในตาจึงมีความจำเป็นในการป้องกันและควบคุมโรคนี้ โดยทั่วไปการรักษาโรคต้อหินจะใช้ยาหยอดตา หรือการผ่าตัดเพื่อควบคุมระดับความดันในตา

งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการใช้กัญชาในโรคต้อหินระบุว่ากัญชามีความสามารถในการลดความดันในตาได้ภายในเวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมงหลังการใช้ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่ากัญชาจะมีประสิทธิภาพในการลดความดันในตา การใช้งานของกัญชาต้องอยู่ภายใต้การควบคุมและคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

การรักษาโรคต้อหินด้วยกัญชายังต้องการการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมเพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้ยังมีความจำเป็นในการทำความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกที่กัญชาส่งผลในการลดความดันในตา เพื่อพัฒนาวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น